“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” ” 28 เมษายน 256

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ รับรางวัลเมืองไมซ์ประเทศไทย ในงาน MICE City Summit 2026 พร้อมลงนามความร่วมมือยกระดับเมืองสู่ศูนย์กลางธุรกิจและการจัดประชุมระดับสากล


วันนี้ (28 เม.ย. 69) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเมืองไมซ์ประเทศไทย หรือ MICE City Summit 2026 ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และยกระดับขีดความสามารถของเมืองสู่มาตรฐานสากลร่วมกับผู้แทนจาก 9 เมืองไมซ์และเครือข่ายภาคเอกชนทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) ซึ่งในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้ารับมอบโล่รางวัล 10 เมืองไมซ์ของประเทศไทย เพื่อเป็นการยืนยันถึงศักยภาพและความพร้อมของเชียงใหม่ในการเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของการจัดงานระดับนานาชาติ
.
โอกาสนี้ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของอุตสาหกรรมไมซ์ในฐานะฟันเฟืองสำคัญในการสร้างชาติจากฐานราก ที่ช่วยกระจายรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ โดยรัฐบาลมีนโยบายมุ่งเน้นการสร้างรายได้ใหม่และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนผ่านเมืองท่องเที่ยวสู่การเป็น “Creative & Business Hub” ที่มีเอกลักษณ์และมีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งเชียงใหม่ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่มีความโดดเด่นและพร้อมที่จะเชื่อมโยงโอกาสจากนักลงทุนระดับโลกลงไปถึงวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ
.
นอกจากนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังได้ร่วมลงนามใน “ปฏิญญาเมืองไมซ์ของประเทศไทย” เพื่อเป็นพันธสัญญาในการบูรณาการงบประมาณ ทรัพยากร และองค์ความรู้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติว่าประเทศไทยมีความมืออาชีพในการรองรับอุตสาหกรรมไมซ์โลก โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างบรรยากาศที่ดีในจังหวัดเพื่อผลักดันเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ให้เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่าเชียงใหม่พร้อมนำวิสัยทัศน์จากการประชุมครั้งนี้มาพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการที่สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืนต่อไป

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 โดยสินในน้ำ✍️….สัจจะคือความจริงใจ สัจ จะ คือเครดิตเดียวที่จะช่วยยามลำบากความซื่อสัตย์ ทำให้คนกล้าหยิบยื่นโอกาสให้แต่สำหรับ คนที่ไม่ซื่อสัตย์ไร้ซึ่งสัจจะ ความช่วยเหลือจะมีให้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น สัจจะ จึงเป็นหัวใจของ ฆราวาสธรรม สัจจะคือความจริงใจ ไม่โกหกเสแสร้ง สัญญาแล้วต้องรักษาให้ได้ นั้นคือสัจจะ ถ้าเลือกที่จะโกหกเพื่อเอาตัวรอดแค่วันนี้ วันข้างหน้าจะไม่มีใครกล้ายื่นมือมาช่วยอีกเลย ดังนั้นอย่าพังเครดิตทั้งชีวิต เวยการเสียสัจจะเพียงแค่ครั้งเดียว ความจริงใจ คือหัวใจของการเป็นมิตร จงยอมลำบากวันนี้ เพื่อรักษาสัจจะ ดีกว่าเอาตัวรอดในวันนี้ แต่เสียความน่าเชื่อถือตลอดชีวิต สัจจะที่เรารักษาไว้อย่างดีในวันนี้ วันข้างหน้ามันจะพาสิ่งดีๆ มาหาเราเอง จงเลิกนิสัยตักตวงความสบายจากการโกหก แล้วหันมารักษาสัจจะ ที่กินได้นานตลอดชีวิต สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ คือธรรมที่ต้องมีในหัวใจ….ขออนุญาตนำข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง โดยเฉพาะคนแก่ที่มีอายุ 65 ถึง 75 ปี ขึ้นไป ข้อมูลนี้ไม่ได้ให้พี่น้องเชื่อหรือต้องทำตาม อยู่ที่ในการใช้วิจารณ ญาณ เป็นข้อมูลจากคุณหมอ ฮิเดกิ วาดะ อายุ 80 ปี ในข้อมูลนี้ค่อนข้างจะขัดในหมอทั่วไป แต่กลับถูกใจผู้สูงอายุมาก เพราะเน้นไปที่คุณภาพชีวิต มากกว่าตัวเลขผลตรวจเลือด นี่คือสรุปประเด็นเคล็ดลับที่ถูกคัดกรองมาให้เห็นภาพรวม ปรับทัศนคติเรื่องของสุขภาพ เลิกทำตัวเป็นคนไข้ในวัยชรา การไปหาหมอบ่อย ๆ หรือกินยาเกินจำเป็นอาจทำให้ร่างกายแย่ลง หมอวาดะ แนะนำว่า ถ้าไม่ได้เจ็บป่วยรุนแรง ให้ใช้ชีวิตแกติที่สุด ค่าตัวเลขไม่ใช่ทุกอย่าง ไม่ต้องไปซีเรียส กับค่าคอเลสเตอรอลหรือความดันมากนัก (ถ้าไม่สูงจนอันตราย) เพราะร่างกายของคนแก่ที่มีอายุมากต้องการไขมันและสารอาหารเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กินสิ่งที่อยากกิน การคุมอาหารจนขาดสารอาหารหรือไม่มีความสุข จะทำให้ร่างกายทรุดโทรมเร็วกว่าเดิม ความอยากที่จะกินอาหาร คือสัญญาณของพลังชีวิต…. การดูแลร่างกายและสมอง เดินให้มากที่สุด หากหยุดเดินเมื่อไหร่ กล้ามเนื้อจะฝ่อและกลับมาเดินยากขึ้นทันที อย่าฝืนทำสิ่งที่ยากเกินไป ถ้าขับรถรู้ สึกเริ่มมีอันตราย ก็ควรเลิก หรือถ้าเดินไม่ไหวก็ใช้ไม้เท้าหรือวีลแชร์ อย่าอายที่จะใช้อุปกรณ์มาช่วย เพราะมันช่วยให้เราออกไปเจอโลกกว้างได้ สมองเสื่อมไม่ใช่จุดจบ คุณหมอวาดะ บอกว่า คนแก่ที่อายุมากขึ้นไปเกือบทุกคนมีภาวะสมองเสื่อม ไม่มากก็น้อย ให้ยอมรับและจงอยู่กับมัน อย่างมีความสุขดีกว่าเครียดจนโรคอื่นถามหา ให้เลิกอดทน มัน วัยชราไม่ต้องอดทนเพื่อใครแล้ว อยากทำอะไรทำ อยากซื้ออะไรซื้อ (ถ้ามีตังค์) อยากพูดอะไรพูด หางานอดิเรกทำเพลิน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือคุยกับเพื่อน การทำให้สมองหลั่งสารความสุข คือยาอยุวัฒนะที่ดีที่สุด นอนเมื่ออยากนอน ไม่ต้องฝืนนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง หรือตื่นเช้าตามกฏเกณฑ์ ถ้าง่วงก็นอน ถ้าตื่นก็ลุกมาทำอะไรที่ชอบ วัยนี้แล้ว ทำอะไรได้ทำไปเถอะ จงเชื่อในตัวของเราเองดีที่สุด
….สินในน้ำ

Related posts